บทความโดย: Melchers Thailand Team

วิเคราะห์เร็ว ไม่ทำลายตัวอย่าง และได้ข้อมูลหลายองค์ประกอบพร้อมกัน นี่คือสิ่งที่ NIR Technology ทำได้จริง
ลองนึกภาพนี้กันดู หากคุณมีตัวอย่างอาหารหลายร้อยชิ้นที่ต้องวิเคราะห์ภายในวันเดียว แต่วิธีดั้งเดิมใช้เวลาชั่วโมงต่อตัวอย่าง ต้องสกัด ใช้สารเคมี ขั้นตอนซับซ้อน และพอวิเคราะห์เสร็จ ตัวอย่างก็เปลี่ยนสภาพไปแล้ว
วิธีเดิมๆ ยังพอไหว… แต่พอเพียงหรือเปล่า?
วิธีการวิเคราะห์แบบ traditional ยังคงมีคุณค่าและเป็นมาตรฐานสำคัญในงานห้องแล็บ ไม่มีใครปฏิเสธเรื่องนี้ แต่เมื่องานวิจัยและการผลิตต้องแข่งกับเวลา ตัวอย่างมากขึ้น และงบประมาณจำกัด คำถามที่ต้องถามตัวเองคือ:
“Workflow ที่ใช้อยู่ตอบโจทย์ความต้องการในปัจจุบันได้จริงหรือเปล่า?”
ญหาที่พบบ่อยในวิธีดั้งเดิม ได้แก่ การเตรียมตัวอย่างที่ใช้เวลานาน การใช้สารเคมีเพิ่มต้นทุนและของเสีย รวมถึงการแยกองค์ประกอบในตัวอย่างที่ทำให้ไม่สามารถนำตัวอย่างกลับมาใช้ต่อได้


NIR Technology คืออะไร และทำไมจึงได้รับความสนใจมากขึ้น?
Near-Infrared Spectroscopy (NIR) คือเทคโนโลยีที่ใช้แสงในช่วงคลื่น near-infrared ส่งผ่านหรือสะท้อนกับตัวอย่าง แล้ววิเคราะห์ว่าแสงที่สะท้อนกลับมาเปลี่ยนไปอย่างไร เพราะโมเลกุลองค์ประกอบแต่ละชนิดในตัวอย่าง เช่น โปรตีน ไขมัน ความชื้น เป็นต้น ดูดกลืนแสง NIR แตกต่างกัน เครื่องจึงสามารถ “อ่าน” องค์ประกอบของตัวอย่างได้โดยไม่ต้องแตะต้องหรือทำลายตัวอย่างเราจึงสามารถได้ข้อมูลหลายองค์ประกอบพร้อมกันในการวัดครั้งเดียวในเวลาไม่กี่วินาที
4 เหตุผลหลักที่ทำให้ NIR ได้รับความนิยมพุ่งสูง
1. เร็ว
วิเคราะห์ตัวอย่างได้ภายในหลักวินาที เทียบกับหลักชั่วโมงในวิธีดั้งเดิม เหมาะสำหรับงานที่ต้องการ throughput สูง และ การวัดต่อเนื่อง (continues measurement)
2. Non-destructive
ตัวอย่างไม่ถูกทำลาย สามารถนำไปใช้ต่อหรือเก็บรักษาได้ตามปกติ ประโยชน์มากในงานวิจัยที่ตัวอย่างมีคุณค่าสูง และติดตั้งในกระบวนการ หรือ ไลน์การผลิต
3. วิเคราะห์ได้หลายองค์ประกอบในครั้งเดียว
ด้วย calibration model ที่เหมาะสม และหลากหลาย สามารถได้ค่า moisture, protein, fat และอื่นๆ จากการวัดเพียงครั้งเดียว
4. ลดการใช้สารเคมีและของเสีย
ไม่ต้องใช้สารเคมีในการเตรียมตัวอย่าง ลดต้นทุน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
NIR ใช้ได้กับอุตสาหกรรมไหนบ้าง?
ตอนนี้ NIR ถูกนำไปใช้งานจริงใน:
- อุตสาหกรรมอาหาร — ตรวจสอบคุณภาพ ความชื้น โปรตีน ไขมัน ไฟเบอร์ เป็นต้น
- อาหารสัตว์ — วิเคราะห์คุณค่าทางโภชนาการแบบ real-time และในห้องปฎิบัติการ
- เกษตรกรรม — ประเมินคุณภาพวัตถุดิบก่อนรับเข้า และ ก่อนปล่อยออก
- งานวิจัยและการศึกษา — นักศึกษาและนักวิจัยเรียนรู้กระบวนการวิเคราะห์สมัยใหม่ได้จริง
- Quality Control ในโรงงาน — screening วัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ระหว่างไลน์การผลิต
- อุตสาหรรมหนัก — เช่นเหมืองแร่ หิน ทราย แก้ว ซีเมนต์ เป็นต้น ที่ต้องควบคุมความชื่นในทุกกระบวนการ
- อุตาหกรรมขั้นสูงอื่นๆ — เช่น ความหนาของสารเคลือบบนฟิล์ม label หรือกระดาษ ผ้า เป็นต้น
เทคโนโลยีล่าสุดจาก KPM Analytics
หนึ่งในเทคโนโลยีล่าสุด ที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์งานวิเคราะห์ยุคใหม่โดยตรงคือ NIR SpectraStar™ Series จาก KPM Analytics ซึ่ง Melchers Thailand เป็นตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย รองรับทั้ง routine analysis และ quality evaluation รองรับตัวอย่างหลากหลายประเภท และถูกออกแบบให้ ใช้งานได้ง่ายโดยไม่ต้องมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางสูง รองรับการวิเคราะห์ที่รวดเร็ว เหมาะทั้งสำหรับห้องแล็บขนาดเล็กไปจนถึงสายการผลิตขนาดใหญ่ ระบบถูกออกแบบให้ใช้งานได้สะดวก
NIR ไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่คือการเปลี่ยน Mindset ในการทำงาน
เทคโนโลยีที่ดีไม่ได้แค่ “เร็วกว่า” แต่ต้อง เปลี่ยนวิธีคิดในการทำงาน NIR ช่วยใหผู้ใช้งานสามารถโฟกัสกับการตีความข้อมูลและการตัดสินใจที่รวดเร็ว ในโลกที่ข้อมูลคือทรัพยากรสำคัญ การเข้าถึงข้อมูลได้เร็วขึ้นหมายถึง การตัดสินใจที่ดีขึ้นในทุกระดับ
เทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มความรวดเร็ว ลดขั้นตอนที่ซับซ้อน และสนับสนุน workflow ที่มีประสิทธิภาพ จะยิ่งมีบทบาทสำคัญในห้องปฏิบัติการและโรงงานยุคใหม่ NIR Technology จึงไม่ได้เป็นเพียง “อีกหนึ่งเครื่องมือวิเคราะห์” แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการทำงานที่เน้นทั้งความรวดเร็ว ความยืดหยุ่น และความสามารถในวิเคราะห์ข้อมูลได้ง่ายขึ้น
สำหรับนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ และผู้ปฏิบัติงานในห้องปฏิบัติการและโรงงานอุตสาหกรรม การทำความเข้าใจเทคโนโลยีเหล่านี้ อาจเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการเปิดมุมมองใหม่ให้กับงานวิเคราะห์ทั้งในปัจจุบัน และอนาคต
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ NIR Technology หรือต้องการการสาธิตการใช้งานใช้ สามารถติดต่อทีม Melchers Thailand ได้เลยวันนี้
แหล่งข้อมูล KPM Analytics
15 May 2026





